วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนครั้งที่ 9
วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2560
เวลา 08.30-12.30 น.



ความรู้ที่ได้รับ
ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ(ลักษณะเด็กที่มีความบกพร่อง)


8.เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ 
(Children with Behavioral and Emotional Disorders)




•มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ
•แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
•มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ
•เด็กที่มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกตินานๆ ไม่ได้
•เด็กที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้


•ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย

ลักษณะของเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
ความวิตกกังวล (Anxiety) ซึ่งทำให้เด็กมีนิสัยขี้กลัว
ภาวะซึมเศร้า (Depression) มีความเศร้าในระดับที่สูงเกินไป
ปัญหาทางสุขภาพ และขาดแรงกระตุ้นหรือความหวังในชีวิต 

ตัวอย่างผลงานเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์







สมาธิสั้น (Attention Deficit)
มีลักษณะกระวนกระวาย ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้ หยุกหยิกไปมา
พูดคุยตลอดเวลา มักรบกวนหรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น
มีทักษะการจัดการในระดับต่ำ

การถอนตัวหรือล้มเลิก (Withdrawal)
หลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมักรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น
เฉื่อยชา และมีลักษณะคล้ายเหนื่อยตลอดเวลา
ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก

ความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย(Function Disorder)
ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน (Eating Disorder)
การอาเจียนโดยสมัครใจ (Voluntary Regurgitation)
การปฏิเสธที่จะรับประทาน
รับประทานสิ่งที่รับประทานไม่ได้
โรคอ้วน (Obesity)
ความผิดปกติของการขับถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะ (Elimination Disorder)

ภาวะความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ระดับรุนแรง
ขาดเหตุผลในการคิด
•อาการหลงผิด (Delusion)
อาการประสาทหลอน (Hallucination)
พฤติกรรมการทำร้ายตัวเอง

สาเหตุ
ปัจจัยทางชีวภาพ (Biology)
ปัจจัยทางจิตสังคม (Psychosocial)


ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเด็ก
ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เช่นเด็กปกติ
รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือกับครูไม่ได้
มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน
มีความคับข้องใจ มีความเก็บกดอารมณ์
แสดงอาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
มีความหวาดกลัว

เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม ซึ่งจัดว่ามีความรุนแรงมาก
เด็กสมาธิสั้น (Children with Attention Deficit and Hyperactivity Disorders)
เด็กออทิสติก (Autistic) หรือ ออทิสซึ่ม (Autisum)

เด็กสมาธิสั้น (Children with Attention Deficit Hyperactivity Disorders)

ADHD เป็นภาวะผิดปกติทางจิตเวชมีลักษณะเด่นอยู่ 3 ประการ คือ 

Inattentiveness(สมาธิสั้น) 
ทำอะไรได้ไม่นาน วอกแวก ไม่มีสมาธิ
ไม่สามารถจดจ่อกับงานที่กำลังทำได้นานเพียงพอ
มักใจลอยหรือเหม่อลอยง่าย
เด็กเล็กๆจะเล่นอะไรได้ไม่นาน เปลี่ยนของเล่นไปเรื่อยๆ
เด็กโตมักทำงานไม่เสร็จตามที่สั่ง ทำงานตกหล่น ไม่ครบ ไม่ละเอียด

Hyperactivity(ซนอยู่ไม่นิ่ง)
ซุกซนไม่ยอมอยู่นิ่ง ซนมาก
เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
เหลียวซ้ายแลขวา
ยุกยิก แกะโน่นเกานี่
อยู่ไม่สุข ปีนป่าย
นั่งไม่ติดที่
ชอบคุยส่งเสียงดังรบกวนคนรอบข้าง

Impulsiveness(หุนหันพลันแล่น)
ยับยั้งตัวเองไม่ค่อยได้ มักทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด วู่วาม
ขาดความยับยั้งชั่งใจ
ไม่อดทนต่อการรอคอย หรือกฎระเบียบ
ไม่อยู่ในกติกา
ทำอะไรค่อนข้างรุนแรง
พูดโพล่ง ทะลุกลางปล้อง
ไม่รอคอยให้คนอื่นพูดจบก่อน ชอบมาสอดแทรกเวลาคนอื่นคุยกัน

สาเหตุ
ความผิดปกติของสารเคมีบางชนิดในสมอง
เช่น โดปามีน (dopamine) นอร์อิพิเนฟริน (norepinephrine)
ความผิดปกติในการทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิ
และการตื่นตัว อยู่ที่สมองส่วนหน้า (frontal cortex)
พันธุกรรม
สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสมาธิสั้น
สมาธิสั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกผิดวิธี ตามใจมากเกินไป หรือปล่อยปละละเลย
จนเกินไป และไม่ใช่ความผิดของเด็กที่ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ แต่ปัญหาอยู่ที่การทำงานของสมองที่ควบคุม
เรื่องสมาธิของเด็ก


ยารักษาโรคสมาธิสั้นที่ใช้ในประเทศไทย
มี 2 กลุ่มคือ




9. เด็กพิการซ้อน (Children with Multiple Handicaps) 


เด็กที่มีความบกพร่องที่มากกว่าหนึ่งอย่าง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก
เด็กปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน
เด็กปัญญาอ่อนที่ตาบอด
เด็กที่ทั้งหูหนวกและตาบอด

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

ได้ทราบถึงพฤติกรรมของเด็กที่บกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ สาเหตุต่างๆ และรู้ถึงวิธีการรับมือกับ
เด็ก รู้ถึงความแตกต่างระหว่างเด็กสมาธิสั้นกับเด็กอยู่ไม่สุข 
ประเมินผล

ประเมินตนเอง
ตั้งใจเรียน จดบันทึกและฟังอาจารย์

ประเมินเพื่อน
ตั้งใจเรียน ไม่พูดคุยเสียงดัง 

ประเมินอาจารย์
อาจารย์เตรียมการสอนมาอย่างดี และมีวิดิโอมาให้ดูเพื่อเพิ่มความรู้
บันทึกการเรียนครั้งที่ 8
วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560
เวลา 08.30-12.30 น.



ความรู้ที่ได้รับ
ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ(ลักษณะเด็กที่มีความบกพร่อง)




6. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Children with Learning Disabilities) 

•เรียกย่อ ๆ ว่า L.D. (Learning Disability)
•เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง
•ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน เด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการ 
หรือความบกพร่องทางร่างกาย 


สาเหตุของ LD
•ความผิดปกติของการทำงานของสมองที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้ 
(เชื่อมโยงภาพ ตัวอักษรเข้ากับเสียงไม่ได้)
•กรรมพันธุ์

1. ด้านการอ่าน (Reading Disorder)


•หนังสือช้า ต้องสะกดทีละคำ
•อ่านออกเสียงไม่ชัด ออกเสียงผิด หรืออาจข้ามคำที่อ่านไม่ได้ไปเลย
 ไม่เข้าใจเนื้อหาที่อ่าน หรือจับใจความสำคัญไม่ได้


ลักษณะของเด็ก LD ด้านการอ่าน
•อ่านช้า อ่านคำต่อคำ ต้องสะกดคำจึงจะอ่านได้
•อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน
•เดาคำเวลาอ่าน
•อ่านข้าม อ่านเพิ่มคำ อ่านผิดประโยคหรือผิดตำแหน่ง
•อ่านโดยไม่เน้นคำ หรือเน้นข้อความบางตอน
•ผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้
•ไม่รู้ความหมายของเรื่องที่อ่าน
•เล่าเรื่องที่อ่านไม่ได้ จับใจความสำคัญไม่ได้







2. ด้านการเขียน (Writing Disorder)


•เขียนตัวหนังสือผิด สับสนเรื่องการม้วนหัวอักษร เช่น จาก ม เป็น น หรือจาก ภ เป็น ถ เป็นต้น
•เขียนตามการออกเสียง เช่น ประเภท เขียนเป็น ประเพด
•เขียนสลับ เช่น สถิติ เขียนเป็น สติถิ




ลักษณะของเด็ก LD ด้านการเขียน


•ลากเส้นวนๆ ไม่รู้ว่าจะม้วนหัวเข้าในหรือออกนอก ขีดวนๆ ซ้ำๆ
•เรียงลำดับอักษรผิด เช่น สถิติ เป็น สติถิ
•เขียนพยัญชนะหรือตัวเลขสลับกัน  เช่น ม-น, ภ-ถ, ด-ค, พ-ผ, b-d, p-q, 6-9
•เขียนพยัญชนะ ก-ฮ ไม่ได้ แต่บอกให้เขียนเป็นตัวๆได้
•เขียนพยัญชนะ หรือ ตัวเลขกลับด้าน คล้ายมองจากกระจกเงา
•เขียนคำตามตัวสะกด เช่น เกษตร เป็น กะเสด
จับดินสอหรือปากกาแน่นมาก
สะกดคำผิด โดยเฉพาะคำพ้องเสียง ตัวสะกดแม่เดียวกัน ตัวการันต์
เขียนหนังสือช้าเพราะกลัวสะกดผิด
เขียนไม่ตรงบรรทัด ขนาดตัวอักษรไม่เท่ากัน ไม่เว้นขอบ ไม่เว้นช่องไฟ
ลบบ่อยๆ เขียนทับคำเดิมหลายครั้ง

3. ด้านการคิดคำนวณ (Mathematic Disorder)
ตัวเลขผิดลำดับ
ไม่เข้าใจเรื่องการทดเลขหรือการยืมเลขเวลาทำการบวกหรือลบ
ไม่เข้าหลักเลขหน่วย สิบ ร้อย
แก้โจทย์ปัญหาเลขไม่ได้

ลักษณะของเด็ก LD ด้านการคำนวณ
ไม่เข้าใจค่าของตัวเลขเช่นหลักหน่วยสิบร้อยพันหมื่นเป็นเท่าใด
นับเลขไปข้างหน้าหรือถอยหลังไม่ได้
คำนวณบวกลบคูณหารโดยการนับนิ้ว
จำสูตรคูณไม่ได้
เขียนเลขกลับกันเช่น13เป็น31
ทดไม่เป็นหรือยืมไม่เป็น
ตีโจทย์เลขไม่ออก
คำนวณเลขจากซ้ายไปขวาแทนที่จะทำจากขวาไปซ้าย
ไม่เข้าใจเรื่องเวลา


4. หลายๆ ด้านร่วมกัน
อาการที่มักเกิดร่วมกับ LD
แยกแยะขนาดสีและรูปร่างไม่ออก
มีปัญหาความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา
•เขียน/อ่านตัวอักษรสลับซ้าย-ขวา
งุ่มง่ามการประสานงานของกล้ามเนื้อไม่ดี
การประสานงานของสายตา-กล้ามเนื้อไม่ดี
สมาธิไม่ดี (เด็ก LD ร้อยละ 15-20 มีสมาธิสั้น ADHD ร่วมด้วย)
เขียนตามแบบไม่ค่อยได้
ทำงานช้า
การวางแผนงานและจัดระบบไม่ดี
ฟังคำสั่งสับสน
คิดแบบนามธรรมหรือคิดแก้ปัญหาไม่ค่อยดี
ความคิดสับสนไม่เป็นขั้นตอน
ความจำระยะสั้น/ยาวไม่ดี
ถนัดซ้ายหรือถนัดทั้งซ้ายและขวา
ทำงานสับสนไม่เป็นขั้นตอน

7. ออทิสติก (Autistic) 

•หรือ ออทิซึ่ม (Autism)
•เด็กที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
•ไม่สามารถเข้าใจคำพูด ความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น
•ไม่สามารถที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างและสังคม
•เด็กออทิสติกแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ของตนเอง
•ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต

"ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว" 

ทักษะที่เด็กออทิสติกขาด
ทักษะภาษา
ทักษะทางสังคม
ทักษะการเคลื่อนไหว
ทักษะการรับรู้เกี่ยวกับรูปทรง ขนาดและพื้นที่ 

Autistic Savant
•กลุ่มที่คิดด้วยภาพ (visual thinker) จะใช้การการคิดแบบอุปนัย (bottom up thinking)
•กลุ่มที่คิดโดยไม่ใช้ภาพ (music, math and memory thinker)


จะใช้การคิดแบบนิรนัย (top down thinking)

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

ได้รู้ถึงการออกเสียงการเขียนของเด็กสาเหตุของอาการ

ประเมินผล

ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอน มีการจดบันทึก มาเรียนตรงเวลา

ประเมินเพื่อน
ตั้งใจฟังและดู ตั้งใจเรียน
ประเมินอาจารย์
เตรียมการสอนมาอย่างดี มีการยกตัวอย่างและมีวิดิโอต่างๆมาให้ชม